ย้อนรอยขนมไทย

 ตั้งกระทู้ใหม่  เว็บบอร์ด

แป้งข้าวเจ้าเป็นแป้งที่เป็นใช้เป็นหลัก มีสีขาวนวลสากมือ นำไปทำขนมที่มีเนื้อนุ่ม แบ่งแป้งหลัก ๆ ได้ 2 ชนิด คือ แป้งข้าวเจ้าเก่า จะดูดซึมน้ำได้ดี เหมาะสำหรับทำขนมครก ขนมตาล และอีกประเภทคือแป้งข้าวเจ้าใหม่ จะมีกลิ่นหอม แต่ดูดซึมน้ำได้น้อย เพราะแป้งมีความชื้นอยู่มาก เหมาะสำหรับการทำขนมเปียกปูน ขนมต้มขาว ขนมอาลัว เป็นต้น 2.1.2 แป้งข้าวเหนียวมีลักษณะเป็นผงสีขาว จับแล้วสากมือเล็กน้อย เมื่อนำไปทำให้สุกจะมีลักษณะข้น เหนอะหนะ พอแป้งถูกความร้อนจะจับตัวเป็นก้อนค่อนข้างเหนียว แบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก คือแป้งขาวเหนียวขาว นิยมนำมาทำบัวลอย ขนมบ้าบิ่น และขนมไข่หงส์ เป็นต้น และอีกชนิดคือแป้งข้าวเหนียวดำ ถ้าใช้มาทำขนมจะมีเนื้อกระด้าง ไม่นุ่มนวล มักจะผสมแป้งข้าวเหนียวขาว เนื่องจากแป้งจะมีสีดำมาก และช่วยให้ขนมเนื้อนุ่มมากขึ้น นิยมทำขนมสอดไส้ และขนมถั่วแปบ 2.1.3 แป้งท้าวยายม่อม ทำมาจากต้นท้าวยายม่อม เป็นพืชประเภทหัว นำมาผ่านกระบวนการจนแป้งมีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ สีขาว เมื่อใช้ทำขนมจะคงตัวได้ดี ทำให้ขนมมีสีสันสดใส เหมาะกับการทำขนมชั้น ทับทิมกรอบ กะละแม และข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น 2.1.4 แป้งมันสำปะหลัง มีลักษณะเนื้อเนียนละเอียด ลื่น สีขาวนวล เมื่อสุกแล้วจะเหนียวใส นิยมใช้ทำเต้าส่วน ลอดช่องสิงคโปร์ หรือนำไปผสมร่วมกับแป้งชนิดอื่นเพื่อเพิ่มความเหนียว และใสยิ่งขึ้น เช่น ครองแครง ขนมชั้น และสังขยา เป็นต้น 2.1.5 แป้งข้าวโพด  ลักษณะเนื้อเนียนละเอียด ลื่น คล้ายกับแป้งมันสำปะหลัง มักนำไปผสมกับแป้งชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความทรงตัว ความเงาวาว และความนุ่มของขนม เช่นขนมชั้น และสังขยา เป็นต้น 2.1.6 แป้งถั่วเขียว  จะมีลักษณะเป็นผงละเอียด มีคุณสมบัติในการทรงตัวได้ดี และมีความใส นิยมนำไปผสมกับแป้งชนิดอื่น ๆ เช่น ซ่าหริ่ม ตะโก้ และขนมลืมกลืน


น้ำตาลทราย เป็นสารให้ความหวานที่ผลิตมาจากอ้อย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ น้ำตาลทรายขาว  คือน้ำตาลทรายที่ผ่านการฟอกสีมาแล้ว มักนำมาทำขนมไทยที่ต้องการให้สีขนมสวย ใส เช่นการทำน้ำเชื่อมของขนมทองหยิบ ทองหยอด น้ำตาลทรายแดงลักษณะเป็นผงละเอียด สีน้ำตาลอ่อนถึงแดง ให้รสกับกลิ่นที่หอมหวาน และสีที่เข้มจากอ้อยอย่างชัดเจน น้ำตาลชนิดนี้เนื่องจากไม่ผ่านกระบวนขัดสีจึงให้มีรสที่หวานน้อยกว่าน้ำตาลทรายขาว และยังมีความชื้นสูงทำให้บางครั้งจับตัวเป็นก้อน มักนำไปขนมที่ต้องผ่านการกวน  น้ำตาลโตนด ทำมาจากน้ำหวานของต้นตาล นิยมนำทำเป็นก้อน จะมีกลิ่นหอมของต้นตาล มีรสหวานแหลม มักนำไปทำน้ำเชื่อมข้นสำหรับหยอดหน้าขนม ทำไส้ขนม สังขยา ปลากริมไข่เต่า เป็นต้น  น้ำตาลมะพร้าว ทำมาจากน้ำหวานของต้นมะพร้าว มีลักษณะทั้งเป็นก้อน และเหลว มีกลิ่นหอมหวานตามธรรมชาติ เช่นทำไส้ขนม น้ำกะทิลอดช่อง ขนมหม้อแกง เป็นต้น  แบะแซ  มีลักษณะข้นเหนียว สีใสเหมือนน้ำ มักนำมาทำขนมที่ต้องการให้มีรูปทรงคงตัว หรือเป็นก้อน เช่น ลูกชุบ ถั่วกวน กะละแม เป็นต้น


                                                                                         สนับสนุนบทความโดย lucabetasia


                                                                                                คือเว็บ คาสิโนออนไลน์ ที่ดีที่สุด




มะพร้าวห้าว คือ มะพร้าวที่แก่จัด นำมาขูดแล้วคั้นเป็นกะทิ โดยจะได้น้ำกะทิออกมาเป็นสองส่วนคือ หัวกะทิ จะมีลักษณะเข้มข้น และหางกะทิ มีลักษณะเจือจาง เหมาะกับขนมที่ต้องเห็นเนื้อขนมชัดเจน เช่น ขนมสอดไส้ ครองแครง และบัวลอย เป็นต้น 2.3.2 มะพร้าวทึนทึก เป็นมะพร้าวกลางอ่อนกลางแก่ สังเกตได้จากกะลาเป็นสีน้ำตาลอ่อน เปลือกสีขาว นิยมนำมาขูดด้วยมือแมวสำหรับทำเป็นไส้ขนม หรือโรยหน้าขนม เช่น ขนมถั่วแปบ ขนมมัน มะพร้าวแก้ว เป็นต้น 2.3.3 มะพร้าวอ่อน คือ มะพร้าวเปลือกบาง มีสีขาว เนื้อมะพร้าวจะนุ่ม มักใช้ทั้งน้ำมะพร้าว และเนื้อ เช่นวุ้นน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวเปียก สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน เป็นต้น 2.3.4 มะพร้าวกะทิ คือ มะพร้าวที่มีเนื้อในผลหนา 2 - 3 ซม. อ่อนนิ่ม เนื้อหนาเป็นปุยขาว น้ำจะข้นหนืดเป็นยาง รสชาติเนื้อจะหวานมัน นิยมรับประทานกันสด ๆ หรือคู่กับน้ำเชื่อม หรือนำไปเป็นส่วนผสมของขนม เช่น ทับทิมกรอบ


  ไข่ไก่ เป็นที่นิยมใช้ในการทำขนมไทยมากที่สุด เนื่องจากกลิ่นคาวน้อย เช่น ขนมปุยฝ้าย เม็ดขนุน ทองเอก 2.4.2 ไข่เป็ด นั้นจะมีกลิ่นคาวมากกว่าไข่ไก่ มักใช้กับขนมที่ต้องการสีสัน เช่น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด


ขนมไทยประเภทไข่ คือ ขนมไทยที่มีวัตถุดิบหลักในการทำคือไข่ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง  ขนมไทยประเภทนึ่ง คือ ขนมไทยที่นึ่ง หรือสุกด้วยไอน้ำร้อนโดยใช้ลังถึง บางชนิดเทส่วนผสมลงในถ้วยตะไลแล้วนึ่ง บางชนิดใส่ถาด หรือห่อด้วยใบตอง เช่น ขนมชั้น ขนมน้ำดอกไม้ ขนมใส่ไส้  ขนมไทยประเภทต้ม คือ ขนมไทยที่ต้มในน้ำเดือด จนสุกแล้วตักขึ้น นำมาคลุกหรือโรยมะพร้าว เช่น ขนมต้ม ถั่วแปบ  ขนมไทยประเภทน้ำ คือ ขนมไทยที่นิยมนำมาต้มกับกะทิ หรือใส่แป้งผสมเป็นขนมเปียก หรือข้น และขนมที่กินกับน้ำเชื่อม หรือน้ำกะทิ เช่น กล้วยบวชชี สาคูเปียก ลอดช่อง ซ่าหริ่ม  ขนมไทยประเภทกวน คือ ขนมไทยที่ทำให้สุกด้วยการกวนบนกระทะ โดยส่วนมากนิยมใช้กระทะทอง กวนไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่เป็นน้ำจนงวด แล้วเทใส่ภาชนะรอให้เย็น เช่น ตะโก้ ขนมลืมกลืน ขนมเปียกปูน และผลไม้กวนต่าง ๆ  ขนมประเภทอบ คือ ขนมไทยที่ทำให้ร้อน หรือสุกด้วยไอน้ำ


โดยที่ความร้อนนั้นไม่สามารถระบายออกไปได้ เช่น ขนมกลีบลำดวน ขนมหม้อแกง ขนมหน้านวล ทั้งนี้รวมถึงขนมที่สุกโดยใช้ความร้อนบนเตาอย่าง ขนมเบื้อง ขนมครก ขนมเกสรลำเจียก  ขนมประเภททอด คือ ขนมไทยที่เราทำให้สุก โดยการใส่ลงในกระทะที่มีนำ้มันร้อน ๆ ทอดจนกระทั้งขนมมีสีเหลืองสวยตามที่ต้องการ เช่น ขนมกง ขนมฝักบัว ขนมนางเล็ด  ขนมประเภทปิ้ง คือ ขนมไทยที่ทำให้สุกโดยวางขนมที่ต้องการปิ้งไว้เหนือไฟ มีตะแกรงรองรับ ปิ้งจนขนมสุก เช่น ขนมจาก ข้าวเหนียวปิ้ง มันทิพย์  ขนมประเภทเชื่อม คือ ขนมไทยที่ใส่ลงไปในน้ำเชื่อมที่กำลังเดือด เชื่อมจนกระทั้งขนมสุก จะมีรสชาติหวาน และถือว่าเป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง เช่น กล้วยเชื่อม เม็ดขนุน สาเกเชื่อม 

 แสดงความคิดเห็น
ใส่ตัวอักษรตามที่เห็นด้านบน